คําแนะนําการปฏิบัติการกักตัวที่ โรงพยาบาลสนามจุฬาฯ สําหรับผู้ป่วยโควิด-19 (COVID-19)

ผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง

จําเป็นต้องได้รับการดูแลรักษา และ กักตัวที่โรงพยาบาลสนาม 14 วัน แล้วไปพักฟื้นต่อที่บ้านหรือสถานพักฟื้น ผู้ป่วยที่มีอาการน้อย หรืออาการดีขึ้นแล้ว แต่เชื้อไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 อาจจะยังมีอยู่ในน้ํามูก น้ําลายของผู้ป่วย ยาวนานอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังจากเริ่มป่วย ดังนั้นผู้ป่วยโควิด-19 ต้องกักตัวที่โรงพยาบาลสนาม 14 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มป่วย

ผู้ป่วยที่มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ระหว่างรับไว้ใน รพ.ทีมแพทย์พยาบาลจะประเมินอาการและพิจารณาย้ายไปโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

• ไข้ BT ≥38.5oC สองครั้ง หรือ ≥39oC

• ไอมาก เหนื่อย หอบ แน่นหน้าอก • SpO2 <95%

• มีอาการรุนแรงอื่น ที่แพทย์พิจารณาว่าควรย้ายไปรับการดูแลรักษาที่โรงพยาบาล

เกณฑ์จําหน่ายผู้ป่วยกลับบ้าน

เมื่อครบ 14 วัน นับจากวันที่ผลเป็นบวกครั้งแรก โดยนับวันที่ผลบวกครั้งแรกเป็นวันที่ 1 (D1) และจําหน่ายผู้ป่วยในวันที่ 15 (D15) พิจารณา Nasopharyngeal swab PCR เฉพาะรายที่แพทย์เห็นสมควร

ข้อปฏิบัติตน สําหรับผู้ป่วยโควิด-19 ควรปฏิบัติตนในระหว่างกักตัวอย่างเคร่งครัด

1.ไม่ให้บุคคลอื่นมาเยี่ยมระหว่างที่แยกตัว

2.ล้างมือด้วยสบู่และน้ําหรือถูมือด้วยแอลกอฮอล์เจล (หากมือเปรอะเปื้อน) เป็นประจําโดยเฉพาะ

2.1) ภายหลังสัมผัสน้ํามูก น้ําลาย เสมหะ ขณะไอ จาม หรือหลังจากถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ

2.2) ก่อนสัมผัสจุดเสี่ยงที่มีผู้อื่นใช้ร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ฯลฯ

3.ต้องอยู่ในโรงพยาบาลสนามตลอดเวลา หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับบุคคลอื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ ควรสวมหน้ากากอนามัยหากยังมีอาการไอจามเป็นระยะ

4.หากจําเป็นต้องเข้าใกล้ผู้อื่นต้องสวมหน้ากากอนามัยและอยู่ห่างอย่างน้อย 1 เมตร (ยกเว้นในกรณีที่เป็นมารดาให้นมบุตร ยังสามารถให้นมบุตรได้ เนื่องจากไม่พบเชื้อในน้ํานม แต่มารดาควรสวมหน้ากากอนามัยและล้างมืออย่างเคร่งครัดทุกครั้งก่อนสัมผัสหรือให้ นมบุตร) หากไอจามไม่ควรเข้าใกล้ผู้อื่นหรืออยู่ห่างอย่างน้อย 2 เมตร

5.หากไอจามขณะที่สวมหน้ากากอนามัยอยู่ไม่ต้องเอามือมาปิดปาก เนื่องจากมืออาจเปรอะเปื้อน หากไอจามขณะที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยให้ใช้แขนหรือข้อศอกปิดปากจมูก

6.ใช้ห้องน้า ให้ปิดฝาชักโครกก่อนกดน้ําทําความสะอาดโถส้วมสุขภัณฑ์หรือพื้นที่ที่อาจเปื้อนเสมหะ น้ํามูก อุจจาระ ปัสสาวะหรือสารคัดหลั่งด้วยน้ําและน้ํายาฟอกผ้าขาวโซเดียมไฮโปคลอไรด์เข้มข้น 0.5% (ผสมน้ํายาฟอกขาว 1 ส่วนต่อน้ํา 9 ส่วน)

7.แยกสิ่งของส่วนตัว ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น จาน ชาม ช้อนส้อม แก้วน้า ผ้าเช็ดตัว โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ

8.ไม่ร่วมรับประทานอาหารกับผู้อื่น ควรให้ผู้อื่นจัดหามาให้แล้วแยกรับประทานคนเดียว

9.ซักเสื้อผ้า ผ้าขนหนู ฯลฯ ด้วยน้ําและสบู่หรือผงซักฟอก ถ้าทําได้ซักผ้าด้วยน้ําร้อนที่อุณหภูมิน้ํา 70-90 องศาเซลเซียส

10.แยกถุงขยะของตนต่างหาก ขยะทั่วไปให้ทิ้งลงถุงได้ทันที ขยะที่อาจปนเปื้อนเสมหะ น้ํามูก สารคัดหลั่งอื่น ๆ เช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู ฯลฯ ให้ทิ้งในถุงพลาสติก เทน้ํายาฟอกผ้าขาวโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 0.05% (น้ํายาฟอกขาว 1 ส่วนต่อน้ํา 99 ส่วน) ลงในถุงเพื่อฆ่าเชื้อก่อนแล้วผูกปากถุงให้สนิท ก่อนทิ้งรวมกับขยะทั่วไปหลังจากนั้นต้องล้างมือด้วยน้ําและสบู่ ทุกครั้ง

11.นอนพักผ่อนมาก ๆ ในห้องที่อากาศไม่เย็นเกินไปและมีอากาศถ่ายเทสะดวก ดื่มน้ําสะอาดให้เพียงพอ งดดื่มน้ําเย็นจัด พยายามรับประทานอาหารให้ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ

12.หากมีอาการป่วยเกิดขึ้นใหม่หรืออาการเดิมมากขึ้น เช่น ไข้สูง ไอมาก เหนื่อย แน่นหน้าอก หอบ หายใจ ไม่สะดวก เบื่ออาหาร ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่พยาบาลทันที เพราะโรคนี้อาจมีอาการรุนแรงมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของความเจ็บป่วยได้

13.ระหว่างการแยกตัว ทําความสะอาดเป็นประจําบริเวณพื้นที่ที่ผู้ป่วยพัก หรือจับต้องและเครื่องเรือนเครื่องใช้ เช่น เตียง โต๊ะ เก้าอี้ โทรศัพท์ ฯลฯ ด้วยน้ําและผงซักฟอกอย่างเหมาะสมกับวัสดุอุปกรณ์ ภายหลังครบกําหนดการแยกตัวข้างต้นให้ทําความสะอาดให้ทั่วถึงที่สุดเท่าที่ทําได้ด้วย น้ํายาฟอกผ้าขาวโซเดียมไฮโปคลอไรท์เข้มข้น 0.5% ข้างต้น

ที่มา : จุฬา ศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19