เทียบอาการโควิด 4 สายพันธุ์

กรมการแพทย์ เทียบอาการ COVID-19 ที่พบระบาด 4 สายพันธุ์ในไทยแบบไหนมีอาการมากสุด ต้องสังเกตตัวเองคนใกล้ตัว แนะใส่หน้ากาก 2 ชั้นออกนอกบ้าน ขณะที่มีการประเมิน 2 สัปดาห์นี้ตัวเลขการติดเชื้อในต่างจังหวัดจะถึงจุดพีคสูงสุด

วันนี้ (7 ส.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานว่าข้อมูลจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข  เปิดเผยข้อมูลของอาการ COVID-19 สายพันธุ์ต่าง ๆ ที่ระบาด ประกอบด้วย สายพันธุ์เดลตา หรือสายพันธุ์อินเดีย  สายพันธุ์อัลฟา หรือสายพันธ์ุอังกฤษ สายพันธุ์เบตาหรือสายพันธุ์แอฟริกา และสายพันธุ์ S (ระบาดระลอกแรกในไทย) พบว่าแต่ละสายพันธุ์ จะมีอาการได้ ดังต่อไปนี้

อาการ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา

  • อาการคล้ายหวัดธรรมดา
  • ไม่ค่อยสูญเสียการรับรส
  • มีน้ำมูก
  • เจ็บคอ
  • ปวดศีรษะ

อาการโควิดสายพันธุ์อัลฟา

  • มีไข้ (มักมีไข้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป)
  • ไอ เจ็บคอ
  • หายใจหอบเหนื่อย
  • อาเจียนหรือท้องเสีย
  • มีน้ำมูก
  • ปวดเมื่อย
  • ปวดศีรษะ
  • หนาวสั่น
  • การรับรสหรือได้กลิ่นผิดปกติ

อาการโควิดสายพันธุ์เบตา

  • อาการเจ็บคอ
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อย
  • ท้องเสีย
  • ตาแดง
  • มีผื่นตามผิวหนัง
  • นิ้วมือ/เท้าเปลี่ยนสี
  • การรับรส/ได้กลิ่นผิดปกติ

สายพันธุ์ S (ระบาดระลอกแรกในไทย)

  • ไอต่อเนื่อง
  • ลิ้นไม่รู้รส
  • จมูกไม่ได้กลิ่น
  • หอบเหนื่อย
  • หายใจลำบาก
  • มีไข้ 37.5 องศาขึ้นไป

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ระบุว่าการติดเชื้อในขณะนี้มาจาก 2 สายพันธุ์หลัก คือ สายพันธุ์เดลตา ร้อยละ 69.1 ส่วนสายพันธุ์อัลฟา ร้อยละ 28.2 ซึ่งเชื้อไวรัสนี้ติดต่อได้ง่ายและรวดเร็ว การใส่หน้ากากอนามัย 100% จะช่วยลดการแพร่เชื้อและป้องกันการรับเชื้อได้เป็นอย่างดี ควรสวมหน้ากากตลอดเวลา ทั้งขณะอยู่ในบ้านและนอกบ้าน โดยยึดหลัก 3 ถูก ถูกเวลา ถูกวิธี ถูกชนิด

ที่มา: Thai PBS NEWS